(TH) Telemedicine: bringing doctors closer to patients

By hitapnews

ในยุคโควิด-19 ระบาดเช่นนี้ มีการเจ็บป่วยหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลเพื่อลดความแออัด และลดการสัมผัสเชื้อในโรงพยาบาล และเป็นการตอบสนองต่อนโยบาย “อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ” แต่ผู้ป่วยจำนวนมากก็ไม่อาจหยุดการไปพบแพทย์ได้โดยสิ้นเชิง เป็นเหตุให้บางโรงพยาบาลเริ่มนำ telemedicine หรือ การแพทย์ทางไกล มาใช้ในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย

การแพทย์ทางไกลคืออะไร

การแพทย์ทางไกล คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อช่วยให้รักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น ด้วยการเข้าถึงการรักษาและข้อมูลทางการแพทย์ได้มากขึ้นจากระยะไกล 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการแพทย์ทางไกลที่ดูน่าจะทำได้ยากในอดีตซึ่งเทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้านัก กลับเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายคริสตศตวรรษที่ 19 หรือราวร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยกรณีแรกที่ถูกนับว่าเป็นการแพทย์ทางไกล คือการส่งข้อมูลจากเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจผ่านทางสายโทรศัพท์ จากนั้นการแพทย์ทางไกลก็ไปเติบโตในแวดวงการทหารและเทคโนโลยีอวกาศเป็นส่วนใหญ่ เช่น การใช้โทรทัศน์ช่วยในการสื่อสารระหว่างแพทย์

ทุกวันนี้เทคโนโลยีในการสื่อสารก้าวไกลไปมาก มีโปรแกรมจำนวนมากที่ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้ประหนึ่งสนทนากันอยู่ต่อหน้า รวมถึงการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง (video conference) ที่คู่สนทนาสามารถมองเห็นหน้าและสนทนากันได้ทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างไร้ข้อจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ผ่านทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งโปรแกรมไว้ วิธีนี้จะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่อีกสถานที่สามารถซักประวัติผู้ป่วย สั่งตรวจร่างกาย และประเมินสภาวะทางจิตใจของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลที่ขอปรึกษาได้ และในภาวะที่แพทย์ไม่สามารถเจอหน้าผู้ป่วยได้ การแพทย์ชนิดนี้ก็มีประโยชน์มากทีเดียว

ประโยชน์ของ Telemedicine

  1. สามารถเข้าถึงการตรวจรักษาและได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที
  2. ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ค่าอาหาร หรือค่าเสียเวลา
  3. สามารถนัดแพทย์ได้ตามเวลาที่สะดวก ไม่ต้องไปคอยที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน
  4. รับคำปรึกษากับแพทย์ก่อนตัดสินใจไปโรงพยาบาล หรือกรณีที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลมาแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยอยู่ หรือบางครั้งผู้ป่วยเกิดความไม่เชื่อใจในแพทย์ที่ให้การรักษา จึงอยากจะพบแพทย์ท่านอื่น
  5. ช่วยให้ติดตามผลการดูแลผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาตรวจดูที่โรงพยาบาล 
  6. ไม่ต้องเผชิญกับความแออัดของสถานพยาบาล

แล้วการแพทย์ทางไกลมีการนำไปใช้อย่างไรบ้าง

  1. ระบบให้คำปรึกษา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำปรึกษาหรือวินิจฉัยสุขภาพโดยการพูดคุยและสอบถามอาการผู้ป่วยผ่านกล้องวิดีโอเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย

  • ระบบเฝ้าระวัง

ตัวอย่างหนึ่งของระบบนี้คือ เฝ้าระวังสุขภาพที่บ้าน โดยการนำอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ไปติดตั้งที่บ้าน ถ้าข้อมูลสัญญาณชีพที่ส่งมามีความผิดปกติ ผู้ป่วยจะได้รับแจ้งให้เข้ารับการรักษาโดยทันที 

  • ระบบให้ข้อมูลสุขภาพ

เป็นระบบที่ให้บริการสอบถามความรู้เรื่องสุขภาพ หรือให้คำปรึกษาโรค โดยผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือปรึกษาออนไลน์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

  • ระบบเรียนรู้ทางการแพทย์

เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้ให้กับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ โดยระบบจะทำหน้าที่รวบรวมความรู้ ผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูลความรู้เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาได้

แต่การใช้การแพทย์ทางไกลก็ยังมีข้อควรระวังที่สำคัญหลายอย่าง

แพทย์ที่ดำเนินการทางเวชกรรมผ่านการแพทย์ทางไกล มีความเสี่ยงที่จะพบปัญหาหลัก 2 ประเด็น คือ ด้านกฎหมาย และด้านมาตรฐานการให้บริการ 

  1. ด้านกฎหมาย

เนื่องจากยังไม่มีการกำหนดนิยามและขอบเขตที่ชัดเจนของการแพทย์ทางไกล รวมทั้งยังไม่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือแนวทางมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เกิดปัญหาการตีความทางกฎหมายทั้งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม และข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ที่แตกต่างกัน

  • ด้านมาตรฐานการให้บริการ

แน่นอนว่ามีข้อจำกัดด้านเครื่องมืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสาร อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการตีความไม่ตรงกัน อีกทั้งไม่มีมาตรฐานใดมาเป็นเกณฑ์วัดว่าแพทย์กระทำการโดยประมาท และยังไม่มีแนวทางด้านการคุ้มครองสิทธิประชาชน หลักการยินยอมในการรักษา และการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านความรับผิดของแพทย์ที่ดำเนินการทางเวชกรรมผ่านการแพทย์ทางไกล

อย่างไรก็ตาม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 การแพทย์ทางไกลก็เป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและแพทย์ปลอดภัยและห่างไกลจากการติดเชื้อมากขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี และเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ในข้อนี้ หากกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการด้านนโยบายเพื่อสนับสนุนการแพทย์ทางไกลต่อไป ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากทีเดียว

Source:

Telemedicine: opportunities and developments in Member States, World Health Organization, (https://www.who.int/goe/publications/goe_telemedicine_2010.pdf)

พื้นฐานการแพทย์ทางไกล (Telemedicine), เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (http://www.thaitelecomkm.org/TTE/topic/attach/Telemedicine/index.php)

Telemedicine คือ, Teeraphol A. (https://www.linkedin.com/pulse/telemedicine-%E0%B8%84%E0%B8%AD-teeraphol-ambhai)

รับมือกับทุกอาการเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ได้เวลาของ Telemedicine แล้ว, See Doctor Now (https://www.seedoctornow.com/introduction-to-telemedicine/)

โทรเวช (Telemedicine) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อประเทศไทย 4.0, สัมมนาวิชาการ ปธพ.ครั้งที่ 6 มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (https://softdemo.biz/Registration/uploadfiles/content/filesdoc/DOC_1573791366.pdf)

ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ (https://www.tmc.or.th/news_file/tmc-rule-2549.pdf)

ความรับผิดทางละเมิดของแพทย์: ศึกษากรณีการรักษาด้วยวิธีโทรเวชกรรม (https://grad.dpu.ac.th/upload/content/files/year8-1/8053.pdf)