ตรวจเจอโควิด-19 แล้วต้องเจออะไรบ้าง

By hitapnews

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คำนี้ใช้ได้เสมอ แม้แต่ในท่ามกลางสถานการณ์โควิด–19 ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับโรคอย่างเข้าใจเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม หากคุณตรวจแล้วพบว่าเป็นโควิด–19 (นั่นคือ ตรวจหาเชื้อแล้วพบ SAR-CoV2) จะต้องไปเจอกับการรักษาอะไรต่อบ้าง ? อาการน้อยหายเองได้จริงหรือ ? อาการหนักจะมีการรักษาอย่างไร ? ต่อไปนี้คือข้อมูลจากแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง ณ วันที่ 30 มีนาคม 2563

ถ้าคุณรับการตรวจแล้วพบว่าเป็นโควิด-19 การรักษาที่คุณจะได้รับขึ้นอยู่กับว่าคุณมีอาการรุนแรงรวมถึงมีภาวะเสี่ยงหรือไม่ แต่ก่อนอื่น หลังจากรู้ผลแล้วว่าติดเชื้อ HITAP อยากขอให้คุณทำใจให้สบาย เพราะผู้ป่วยถึงกว่าร้อยละ 80 มีอาการไม่รุนแรง แค่ระดับใกล้เคียงกับหวัดเท่านั้น ผู้ที่มีอาการรุนแรงมักเป็นผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งในจำนวนต่อไปนี้

• มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปหรือน้อยกว่า 5 ปี

 • เป็นโรคปอดเรื้อรังต่าง ๆ 

• เป็นโรคไตเรื้อรัง (CKD)

• เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเรื้อรัง (CVD)

• โรคหัวใจแต่กำเนิด

• โรคหลอดเลือดสมอง

• มีความดันโลหิตสูง

• เบาหวาน

• มีภาวะอ้วน

• ตับแข็ง

• ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
เป็นต้น

กรณีที่ 1 : ถ้าคุณไม่มีอาการ
เนื่องจากส่วนใหญ่โรคนี้มีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอยู่เยอะ หมออาจจะให้คุณนอนโรงพยาบาล 2–7 วัน หากไม่พบภาวะแทรกซ้อน อาจให้พักต่อที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ป่วยโควิด–19 อย่างน้อย 14 วัน (จากวันที่เริ่มมีอาการป่วย) หากไม่พบอาการใด ๆ หมอจะให้คุณกลับบ้านพร้อมแนะนำให้คุณปฏิบัติอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น สวมหน้ากากอนามัย พบปะผู้อื่นน้อยลงหรือเว้นระยะห่างอยู่เสมอ โดยปฏิบัติเป็นเวลา 1 เดือนนับจากวันที่เริ่มมีอาการป่วย

กรณีที่ 2 : ถ้าคุณมีอาการไม่รุนแรงและไม่มีภาวะเสี่ยง
ถ้าคุณมีอาการไม่รุนแรง ไม่มีภาวะเสี่ยง และผลการเอ็กซเรย์ปอด (การถ่ายภาพรังสีปอด) บ่งบอกว่าปอดของคุณปกติ การรักษาหรือการดูแลที่คุณจะได้รับจากทีมบุคลากรทางการแพทย์จะเป็นดังนี้

– การรักษาที่คุณได้รับจะเป็นการดูแลตามอาการ เช่น ถ้าไอ จะได้รับยาแก้ไอ ถ้ามีไข้ จะได้รับยาลดไข้ ไม่ต่างจากเวลาที่คุณเป็นหวัด เพราะเช่นเดียวกับหวัด ขณะนี้ยังไม่มียารักษาโรคโควิด-19 โดยเฉพาะ

– หรือหมออาจพิจารณาให้คุณกินยา 2 ชนิดร่วมกัน ซึ่งอาจเป็นยา hydroxychloroquine หรือ chloroquine ร่วมกับยา darunavir/ritonavir หรือ lopinavir/ritonavir หรือ azithromycin เป็นเวลา 5 วัน

– คุณจะต้องนอนในโรงพยาบาล 2–7 วัน ระหว่างนั้น คุณอาจแทบไม่ได้พบกับหมอและพยาบาล เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่คุณจะกระจายเชื้อให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่จะดูแลผู้ป่วยรายอื่น

– หากอาการของคุณดีขึ้น และผลถ่ายภาพรังสีปอดไม่แย่ลง หมอจะพิจารณาให้พักต่อที่โรงพยาบาลเฉพาะหรือให้กลับบ้านได้ โดยหมออาจพิจารณาให้กลับบ้าน ถ้าอุณหภูมิร่างกายของคุณไม่เกิน 37.8 องศาต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง ไม่หายใจถี่เกิน 20 ครั้ง/นาที เป็นต้น

– แต่จากนั้น คุณยังต้องกักตัวเองในที่พักเป็นเวลา 14 วัน รวมถึงอยู่ห่างสมาชิกในที่พัก ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ส่งต่อเชื้อให้ผู้อื่น

– หลังจากคุณกักตัวเอง 14 วัน แนะนำให้คุณยังคงสวมหน้ากากอนามัย และระมัดระวังสุขภาพอนามัยเป็นพิเศษจนครบ 1 เดือน

กรณีที่ 3 : ถ้าคุณมีอาการไม่รุนแรงแต่มีภาวะเสี่ยง
หากคุณมีภาวะเสี่ยงดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คุณจะได้รับการรักษาด้วยยา ดังนี้ 

– หมอจะให้ยาคุณ 3 ชนิดได้แก่ hydroxychlroquine หรือ chloroquine วันละ 2 ครั้งร่วมกับ darunavir + ritonavir หรือ lopinavir/ritonavir ร่วมกับ Azithromycin เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 วัน

– หากหมอเอ็กซเรย์ปอดแล้วพบว่าปอดของคุณแย่ลงภายใน 24–48 ชั่วโมง คุณอาจจะได้รับยา favipiravir เพิ่มร่วมด้วยเป็นเวลา 5-10 วัน

กรณีที่ 4 : ถ้าคุณมีอาการปอดอักเสบ
หากคุณตรวจเจอไวรัสโควิด–19 และผลจากภาพถ่ายรังสีปอดมีอาการปอดเสียหาย คุณจะได้รับการรักษาตามความรุนแรงที่เกิดดังนี้

– กรณีอาการไม่รุนแรงคุณจะได้รับยา 3 ชนิดเหมือนยาในกรณีที่ 3 แต่จะได้รับยา hydroxychlroquine หรือ chloroquine เพิ่มขนาดเป็น 2 เท่า หากภาพถ่ายรังสีปอดแย่ลงหมอจะเพิ่มยา favipiravir ร่วมด้วยเป็นระยะเวลา 5–10 วัน

กรณีที่ 5 : ถ้าคุณมีอาการปอดอักเสบและมีภาวะเสี่ยงหรืออาการรุนแรงขึ้น
หากคุณตรวจเจอโควิด–19 พร้อมกับภาพรังสีปอดมีอาการปอดอักเสบโดยคุณมีภาวะเสี่ยง หรือในการรักษาคุณมีอาการแย่ลงคือมีภาวะอวัยวะภายในนอกจากปอดล้มเหลว (extrapulmonary organ dysfunction) หรือต้องให้ออกซิเจน high-flow nasal cannula (HFNC) หรือเครื่องช่วยหายใจผ่านหน้ากาก non-invasive ventilation (NIV) คุณจะได้รับการรักษาดังนี้

– หมอจะให้ยาคุณ 4 ชนิดได้แก่ hydroxychlroquine หรือ chloroquine เพิ่มขนาดเป็น 2 เท่า ร่วมกับ darunavir + ritonavir หรือ lopinavir/ritonavir ร่วมกับ Azithromycin อย่างน้อย 10 วัน โดยให้ร่วมกับ favipiravir เป็นเวลา 5-10 วันตามอาการของคุณ

– การรักษาจะเป็นไปตามอาการโดยหากคุณต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หมอจะเลือกใช้เครื่องช่วยหายใจผ่านหน้ากากก่อนใช้เครื่องช่วยหายใจแบบผ่านทางท่อเจาะคอ (invasive ventilation) และอาจมีการพิจารณาการรักษาประคับประคองการล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ (organ support) ตามความจำเป็

อย่างไรก็ตาม ผู้มีอาการปอดอักเสบรุนแรงมีเพียงร้อยละ 9 ส่วนอัตราการเสียชีวิตในไทยอยู่ที่ร้อยละ 0.97 เท่านั้น