ทำไมเราจึงตกเป็นเหยื่อข่าวลวงเรื่องโควิด-19

ปัจจุบันมีทฤษฎีเรื่องโควิด-19 จำนวนมากที่ถูกส่งต่อกันโดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Line คนจำนวนมากพร้อมจะเชื่อข่าวลวงเหล่านี้

คำถามคือ ทำไมคนถึงเชื่อข่าวเหล่านี้

1. เราถูกกระหน่ำด้วยข้อมูล เราจึงเลือกเชื่อสิ่งที่เราเข้าใจ

ข้อมูลมากมายบนทั้งจากในสังคมจริงและในสังคมออนไลน์ประเดประดังเข้าใส่เราทุกวัน ทั้งวัน จนเราไม่มีปัญญาจะไปตรวจเช็กความน่าเชื่อถือของข่าวทั้งหมด ที่พึ่งหนึ่งเดียวของเราในการตัดสินว่าอะไรน่าเชื่อถือหรือไม่ เลยกลายเป็นสัญชาตญาณ แต่สัญชาตญาณของเราก็โดนหลอกได้ไม่ยากเลย ด้วยกลวิธีที่ทำให้สมองรู้สึกว่า “เห็นภาพ” ว่าข้อเขียนนั้นพูดถึงอะไร และเมื่อสมองรู้สึกว่าเข้าใจ เราก็มีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะเชื่อสิ่งที่อ่านอยู่ กลวิธีเหล่านี้มีตัวอย่าง เช่น

การใส่รูปประกอบในข้อเขียนหรือบทความ มีการวิจัยพบว่ารูปประกอบในลักษณะนี้ ต่อให้แทบไม่เกี่ยวกับเนื้อความของข่าวลวง ก็ทำให้เรารู้สึก “เห็นภาพ” อยู่ดี

การเล่าเรื่องราวของคนในแบบที่จดจำง่าย

การใส่ชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

การย้ำเนื้อความเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะใช้ประโยคเดิม หรือเปลี่ยนวิธีเขียนก็ตาม

2. เราเชื่อสิ่งที่เราเห็นบ่อย แต่สิ่งเหล่านั้นก็อาจไม่จริงเสมอไป

งานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยในแคนาดา พบว่า คนบางส่วนแชร์บทความบนสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้ประเมินให้ถี่ถ้วนว่าบทความดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ งานวิจัยนี้ขอให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยประเมินความน่าเชื่อถือของข่าวลวง มีเพียงร้อยละ 25 ที่เชื่อว่าข่าวลวงเป็นจริง แต่ถ้าไม่ได้ขอให้ประเมินก่อน และถามเลยว่าจะแชร์ข่าวดังกล่าวหรือไม่ ผู้เข้าร่วมงานวิจัยถึงร้อยละ 35 เลือกจะแชร์

ผู้วิจัยมองว่าหนึ่งในสาเหตุคือการที่สื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้ให้ค่ากับความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล แต่ให้ค่ากับจำนวนไลค์ แชร์ และการมีส่วนร่วมในโพสต์เท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ที่แชร์ข้อมูลต่ออาจมองว่าถึงบทความนั้นไม่ใช่ความจริงก็ไม่น่าจะเสียหาย แต่ที่จริงแล้ว ความเสียหายนั้นอยู่ที่การช่วยเน้นย้ำให้ข่าวลวงดูเหมือนกลายเป็นข่าวจริงขึ้นมา

3. บางครั้งเราก็เผลอเชื่อในสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเหตุเป็นผล โดยลืมข้อเท็จจริงไป

“ถ้าพ่อของเจตน์มีลูก 3 คน คนหนึ่งชื่อมีนา อีกคนชื่อเมษา คนสุดท้ายจะชื่อว่าอะไร” ถ้าคุณตอบว่าพฤษภา คุณตอบผิด เพราะลูกคนสุดท้ายของพ่อของเจตน์ ก็ต้องเป็นตัวเจตน์เอง

บางคนอาจเคยเห็นคำถามนี้ในเกมวัดเชาวน์ปัญญาต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าอันที่จริงคำถามเหล่านี้ไม่ได้วัดสติปัญญา แต่วัดการใช้สติปัญญาในการขบคิด วิเคราะห์ ประมวลผล โดยไม่เชื่อสัญชาตญาณ และผู้ที่ตอบคำถามประเภทนี้ไม่ค่อยถูก มีแนวโน้มที่จะเชื่อข่าวลวงมากกว่า ซึ่งก็รวมถึงข่าวลวงเกี่ยวกับโควิด-19 ด้วย

และจากข้อมูลจากการสำรวจในสหรัฐอเมริกา ก็เป็นคนกลุ่มนี้อีกเช่นกันที่มีแนวโน้มจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในระหว่างการระบาดของโควิด-19 เช่น ไม่ยอมล้างมือบ่อย ๆ หรือไม่ยอมเว้นระยะห่างทางสังคม

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ฝ่ายที่นำเสนอข่าวจริงก็อาจนำวิธีเดียวกันไปประยุกต์ใช้ โดยนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยอาจมีรูปหรือกราฟง่าย ๆ ประกอบ เพราะถ้าเสนอแต่ข้อเท็จจริง จะไม่น่าสนใจหรือจดจำพอ นอกจากนี้ ควรสื่อประเด็นเดิมซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ให้คนจำได้

เพราะมีแต่การสื่อสารที่ดีเท่านั้น ที่จะพาข่าวจริงไปให้ไกลกว่าข่าวลวง

ที่มา: https://www.bbc.com/future/article/20200406-why-smart-people-believe-coronavirus-myths

ใส่ความเห็น