เมื่อโควิด-19 กระตุ้นการรุกรานสิทธิมนุษยชน

By hitapnews

เมื่อราว ๆ เดือนพฤศจิกายน ปี 2562 ข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เริ่มต้นขึ้นที่มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ขณะนั้น ทั่วโลกมิได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของไวรัสดังกล่าวจนกระทั่งโรคร้ายได้เดินทางข้ามพรมแดนไปทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรายวัน จน ณ บัดนี้ มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกเท่านั้นที่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อความปลอดภัยของชาวโลกเริ่มสั่นคลอน ความหวาดกลัวต่อโรคที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นได้ลุกลามมาสู่จิตใจของประชาชน และก่อให้เกิดเรื่องร้ายขึ้น

ความกลัว รังเกียจ เกลียดชังคนที่ไม่ได้เป็นพวกเดียวกันกับตนนั้นเป็นประเด็นที่คั่งค้างในสังคมมาเนิ่นนาน ทว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทวีคูณความรู้สึกเหล่านั้นในตัวผู้คน จนในบางพื้นที่ ผู้ที่ถูกเกลียดชังต้องเผชิญกับความไม่เท่าเทียมและอันตรายต่อชีวิตของตน นายโจนาธาน ม็อค นักศึกษาชาวสิงคโปร์ของมหาวิทยาลัยลอนดอน วัย 23 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นชาวอังกฤษที่เขาไม่รู้จักตะโกนไล่ให้ออกจากประเทศไป โดยบอกว่าเชื้อชาติของเขาเป็นผู้แพร่เชื้อไวรัส และถูกทำร้ายร่างกายจนต้องได้รับการผ่าตัด เพียงเพราะเขามีหน้าตาแบบชาวเอเชีย เรื่องราวของม็อคไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นกับคนต่างเชื้อชาติ แต่เป็นเพียงปฐมบทของเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนที่เป็นชาวแอฟริกา-อเมริกา (ชาวผิวสี) และฮิสแปนิก (ลูกครึ่งอเมริกาที่พูดภาษาสเปน) มักเป็นผู้ที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ในช่วงสถานการณ์โควิดที่หน้ากากอนามัยขาดตลาด ทุกคนได้รับคำแนะนำให้ใช้ผ้าโพกหัวหรือหน้ากากอื่น ๆ ใส่แทนหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรค ทว่าภาพจำของชาวอเมริกาได้ผูก “ภาพคนผิวสีหรือฮิสแปนิกที่ปกปิดใบหน้า” ไว้กับคำว่า “ผู้ก่อการร้าย” ทำให้เหล่าชาวผิวสีและฮิสแปนิกไม่กล้าใส่หน้ากากออกจากบ้านกัน เพราะกลัวจะถูกทำร้าย แต่ถ้าไม่ใส่ก็เสี่ยงโควิด นอกจากนั้น มีรายงานจาก Economic Policy Institute ระบุว่าทั้ง 2 เชื้อชาตินี้มีแนวโน้มที่จะได้ทำงานจากบ้านน้อยกว่าเชื้อชาติอื่น นั่นทำให้พวกเขาแทบไม่เหลือทางเลือก

ไม่ใช่แค่ในประเทศฝั่งตะวันตก ชาวมุสลิมในประเทศอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ก็ถูกชาวอินเดียมองว่าเป็นคนแพร่เชื้อไวรัส เรื่องนี้เป็นผลมาจากคลิปปลอมที่แสดงให้เห็นภาพคนที่ถูกอ้างว่าเป็นชาวมุสลิมกำลังจงใจไอใส่ชาวบ้าน นั่นจึงเป็นการโหมกระหน่ำความเกลียดชังชาวมุสลิมให้ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ทำให้สื่อสังคมออนไลน์ในอินเดียเต็มไปด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม มากจนผู้ตรวจสอบและเฝ้าระวังสื่อสังคมออนไลน์ตามกำจัดข้อความที่ละเมิดการใช้งานไม่ทัน และมีนักการเมืองชาวฮินดูที่เกลียดชังชาวมุสลิมได้ถือโอกาสใช้คลิปปลอมในการโจมตีชาวมุสลิม

ถึงแม้โควิด-19 จะสร้างผลกระทบอันน่าหดหู่ให้กับประชากรโลก แต่ไวรัสไม่เลือกเชื้อชาติ ไม่เลือกศาสนา ไม่เลือกสีผิว ดังนั้น ทางที่ดีกว่าการดูถูก เหยียดหยาม แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ก็คือการร่วมมือกันป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ใช้หลักฐานให้มากกว่าความรู้สึก ใช้ความรักให้มากกว่าความเกลียดชัง แล้วทุกคนจะผ่านโรคร้ายไปด้วยกัน

ที่มา

https://www.ryt9.com/s/iq38/3102404

https://edition.cnn.com/2020/04/07/us/face-masks-ethnicity-coronavirus-cdc-trnd/index.html

https://news.un.org/en/story/2020/03/1060602

https://time.com/5815264/coronavirus-india-islamophobia-coronajihad/