กินฟ้าทะลายโจรติดต่อกันนาน ไม่ต้านโควิด-19 แถมยังให้โทษ

By hitapnews

ในสถานการณ์ที่โควิด–19 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ฟ้าทะลายโจรถือเป็นสมุนไพรไทยที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยแก้หวัด ไข้ ไอ เจ็บคอ แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อตับ และสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยมีข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรสามารถใช้ป้องกันและรักษาอาการที่เกิดจากหวัดธรรมดา (common cold) เช่น อาการไอ เจ็บคอ มีไข้ได้ และมีอาการข้างเคียงต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแนะนำให้กินเนื่องจากอาจจะเป็นประโยชน์ในการรักษาโควิด-19 แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าฟ้าทะลายโจรจะป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นสมุนไพรแต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ทุกคนควรทราบก่อนกิน

  1. ระวังการใช้ในผู้ที่มีความดันต่ำ หรือผู้ป่วยที่ใช้ยาลดความดัน เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต 
  2. ระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดเป็นลิ่มและยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น วาฟาร์ริน แอสไพริน
  3. หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรไม่ควรกินฟ้าทะลายโจร เพราะอาจส่งผลให้เด็กพิการ หรือแท้งได้ 
  4. ในบางรายอาจมีอาการแพ้ยา หรือมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ ได้ เช่น ผื่นขึ้น ปากบวม หน้าบวม หายใจลำบาก ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที หากแพ้มาก ๆ จะทำให้เกิดภาวะช็อคจนอาจเสียชีวิตได้ 
  5. ไม่ควรกินฟ้าทะลายโจรมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน แต่ละครั้งไม่เกิน 3 แคปซูล (1,200 มิลลิกรัมต่อวัน) และไม่กินติดต่อกันนานเกิน 7 วัน เพราะอาจทำให้แขนขามีอาการชาหรืออ่อนแรง หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และหากกินไป 3 วันแล้วอาการหวัดต่าง ๆ ยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างตรงจุด แต่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ หากกินฟ้าทะลายโจรแล้วภายใน 24 ชั่วโมง อาการแย่ลง หรือมีอาการรุนแรงตั้งแต่แรก ต้องไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรเสียโอกาสในการรักษา
  6. ถึงแม้จะเป็นสมุนไพรไทย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้เหมือนกับยาทั่วไป ดังนั้นก่อนกินฟ้าทะลายโจรควรศึกษาข้อควรระวังต่าง ๆ และข้อเน้นย้ำว่า “ผู้ที่ไม่มีอาการไม่มีความจำเป็นต้องกิน !” ซึ่งในช่วงที่โควิด-19 ระบาด หากมีอาการ ไข้สูง ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อคัดกรองอาการทันที 

ที่มา:

1. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา (http://www.eht.sc.mahidol.ac.th/article/1818)

2. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (https://www.facebook.com/dtam.moph/posts/1969743733043420/)

3. สมุนไพรอภัยภูเบศร (https://www.facebook.com/136694259728989/posts/2784156668316055/)